สือธรรมวัดสังฆทาน

วัดสังฆทานเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม งดรับสมัครบวชเนกขัมมะปฏืบัติธรรม ช่วงโรคโควิด-19 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศพ้นภัยโรคโควิค-19 ป้องกันตัวเองสวมแมส ล้างมือ งดการออกจากบ้านน้อยที่สุด รับชมได้ที่ จานดาวเทียม ระบบ KU-BAND PSI-119 facebook : วัดสังฆทาน หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ https://www.facebook.com/Watsanghatha...​ website : www.watsanghathan.com Youtube channel : https://www.youtube.com/channel/UCY50...​ ร่วมบุญทุกบุญวัดสังฆทานได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาคริสคัล ราชพฤกษ์ บัญชีวัดสังฆทาน เลขที่ 408-447470-4 ขออนุโมทนาบุญ สาธุ สาธุ สาธุ

วัดสังฆทานเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม งดรับสมัครบวชเนกขัมมะปฏืบัติธรรม ช่วงโรคโควิด-19 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศพ้นภัยโรคโควิค-19 ป้องกันตัวเองสวมแมส ล้างมือ งดการออกจากบ้านน้อยที่สุด รับชมได้ที่ จานดาวเทียม ระบบ KU-BAND PSI-119 facebook : วัดสังฆทาน หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ https://www.facebook.com/Watsanghatha...​ website : www.watsanghathan.com Youtube channel : https://www.youtube.com/channel/UCY50...​ ร่วมบุญทุกบุญวัดสังฆทานได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาคริสคัล ราชพฤกษ์ บัญชีวัดสังฆทาน เลขที่ 408-447470-4 ขออนุโมทนาบุญ สาธุ สาธุ สาธุ

รับพรปีใหม่ไทย สงกรานต์ 2564 พระครูปลัดไพรินทร์ สิริวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน สาธุ วัดสังฆทานเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม งดรับสมัครบวชเนกขัมมะปฏืบัติธรรม ช่วงโรคโควิด-19 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศพ้นภัยโรคโควิค-19 ป้องกันตัวเองสวมแมส ล้างมือ งดการออกจากบ้านน้อยที่สุด รับชมสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมSBBTV ได้ที่ จานดาวเทียม ระบบ KU-BAND PSI-119 facebook : วัดสังฆทาน หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ https://www.facebook.com/Watsanghatha...​ website : www.watsanghathan.com ร่วมบุญทุกบุญวัดสังฆทานได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาคริสคัล ราชพฤกษ์ บัญชีวัดสังฆทาน เลขที่ 408-447470-4 ขออนุโมทนาบุญ สาธุ สาธุ สาธุ

คำแนะนำสำหรับผู้ปฏิบัติใหม่ "สติปัฏฐาน ๔ พระครูปลัดไพรินทร์ สิริวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน สาธุ

งานพิธีวางศิลาฤกษ์พระมหาธาตุเจดีย์วัดป่านาคนิมิตต์ 28 มีนาคม 2564 วัดป่านาคนิมิตต์ บ้านนามน ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนครพระมหาธาตุเจดีย์วัดป่านาคนิมิตต์ สืบเนื่องจากวัดป่านาคนิมิตต์นั้นเป็นมงคลสถานดั้งเดิมที่ท่านพระอาจารย์ใหญ่เสาร์กันตสีโลมหาเถระ และท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตมหาเถระ ได้มาพักรุกขมูลครั้งออกเดินธุดงค์มาแถบจังหวัดสกลนคร โดยท่านพระอาจารย์ใหญ่เสาร์ได้เดินธุดงค์มาพำนักปักกลดเป็นรูปแรก ณ เสนาสนะป่าบ้านนามน อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร จากคำปรารภขององค์หลวงปู่อว้าน เขมโก ได้กล่าวว่า “เดิมทีแนวเขตที่ดินของวัดนั้น ทางด้านทิศเหนือมีตอไม้ต้นจิกใหญ่ ส่วนด้านทิศใต้มีโพนจอมปลวกใหญ่ จากแนวเขตนี้มาทั้งหมดนั้นคือที่ดินของวัดป่านาคนิมิตต์ เมื่อครั้งพระอาจารย์เสาร์เดินธุดงค์มาพำนักที่เสนาสนะป่าบ้านนามน ท่านได้ปักกลดที่ใต้ต้นมะม่วงป่าใหญ่ ใกล้วัดบ้าน(วัดสัมพันธวงศ์) หลังจากนั้นท่านพระอาจารย์มั่นได้เดินธุดงค์ตามรอยท่านพระอาจารย์ใหญ่เสาร์มาในพื้นที่ดังกล่าว และพิจารณาเห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ใกล้วัดบ้านและเริ่มมีชุมชนหนาแน่นเพิ่มขึ้น คงไม่สงัดและวิเวกพอในการบำเพ็ญเพียรภาวนา ท่านจึงย้ายเข้ามาพำนักอยู่ในป่าด้านใน ซึ่งปัจจุบันนี้คือวัดป่านาคนิมิตต์และต่อมาที่ดินบางส่วนของวัดป่านาคนิมิตต์ได้ถูกชาวบ้านยึดถือจับจองเป็นที่ทำกิน” ปัจจุบันหลวงปู่อว้าน เขมโกเห็นว่าพื้นที่ของวัดบางส่วนนั้นซึ่งถูกชาวบ้านครอบครองไป ท่านมีความประสงค์ที่จะรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้ จึงมีดำริกับคณะศิษยานุศิษย์ให้ดำเนินการจัดซื้อที่ดินดังกล่าวกลับคืนมาเป็นของวัด เพื่ออนุรักษ์พื้นที่ดั้งเดิมที่ท่านพระอาจารย์ใหญ่เสาร์ได้เคยมาพำนักปักกลดบำเพ็ญเพียรภาวนาให้กลับคืนมาเป็นมงคลสถานที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนได้เคารพกราบไหว้สืบไป นอกจากนี้ท่านยังมีดำริที่จะจัดสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ไว้เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพร้อมทั้งอัฐิธาตุของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ และเป็นอนุสรณ์สถานที่ท่านพระอาจารย์ใหญ่เสาร์และพระอาจารย์มั่น ซึ่งเป็นพระอาจารย์ใหญ่แห่งพระกรรมฐานฝ่ายวิปัสสนาธุระได้เคยมาบำเพ็ญเพียรเจริญสมณธรรม ณ สถานที่แห่งนี้ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ศึกษาอบรมในธรรมปฏิบัติของศิษย์พระผู้ใหญ่ของท่านพระอาจารย์มั่นอีกหลายรูป อาทิเช่นหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงปู่ชอบ ฐานสโม, หลวงปู่หลุย จันทสาโร, พระอาจารย์มหาทองสุข สุจิตโต, หลวงปู่ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ, หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน, หลวงปู่วิริยังค์ สิรินธโร, หลวงปู่คำพอง ติสโส เป็นต้น ซึ่งต่อมาล้วนเป็นพระมหาเถระรูปสำคัญของประเทศไทยทั้งสิ้น นอกจากนี้วัดป่านาคนิมิตต์ยังเป็นสถานที่จดจารึกหลักธรรมคำสอนของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตไว้เป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของพระกรรมฐาน นั้นคือหนังสือ “มุตโตทัย” ซึ่งจดบันทึกโดยหลวงปู่วิริยังค์ สิรินธโรในปี พ.ศ.2485 ดังนั้นศิษยานุศิษย์ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์จึงขอน้อมรับดำริธรรมของหลวงปู่อว้าน เขมโกด้วยความปิติใจเป็นล้นพ้นในการจัดสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ขึ้น เพื่อน้อมรำลึกเทิดทูนบูชาคุณครูบาอาจารย์ในธรรมปฏิบัติและแนวทางปฏิปทา รวมทั้งคำสอนของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ท่านพระอาจารย์ใหญ่เสาร์ กันตสีโลมหาเถระ และพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตมหาเถระ ซึ่งเป็นพระบูรพาจารย์ของพระกรรมฐานไว้ให้พุทธศาสนิกชนน้อมสักการะบูชาสืบไป ในโอกาสอันเป็นมหามงคลครั้งนี้ จึงขอเชิญชวนพุทศาสนิกชนที่มีความเคารพศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ได้ร่วมบุญมหากุศลอันยิ่งใหญ่ใน"โครงการจัดสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ วัดป่านาคนิมิตต์" โดยสามารถโอนเงินได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาจังหวัดสกลนคร เลขที่บัญชี 412-3-23808-4 ชื่อบัญชี”กองทุนร่วมสร้างเจดีย์ วัดป่านาคนิมิตต์”

หลวงพ่อไพรินทร์ สิริวฑฺฒโน เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน เทศน์วันสงกรานต์ 12 เมษายน 2564

น้อมรำลึก หลวงตาสรวง สิริปุญโญ วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 2564 เรียนเชิญร่วมทำบุญบำเพ็ญกุศลครบรอบวันมรณภาพ 4 ปี หลวงตาสรวง สิริปุญโญ ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร กำหนดการ เวลา 07.00 น. ตักบาตรพระสงฆ์ 07.30 น. พระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ 08.00 น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ 09.00 น. พระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล ถวายปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์กล่าวสัมโมทนียคถาให้พร เสร็จพิธี รายนามพระเถระที่นิมนต์มาร่วมงาน 1. พระราชสุเมธี (เหลี่ยม สุจิณโณ) พรรษา 60 วัดภูตูมวนาราม เลย 2. พระครูวิโรจน์ธรรมจารย์ (บุญเรือง กิตติปุญโญ) พรรษา 57 วัดป่าอริยวงศาวาส ราชบุรี 3. พระวิมลศีลาจาร (อำนวย ภูริสุนทโร) พรรษา 55 วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพฯ 4. พระมหาสามเรือน ปุญเญสโก พรรษา 55 วัดอโศการาม สมุทรปราการ 5. พระครูสมุห์สุชิน ปริปุณโณ พรรษา 49 วัดธรรมสถิต ระยอง 6. พระครูวัชรธรรมจารย์ (จิรวัฒน์ อัตตรักโข) พรรษา 48 วัดป่าไชยชุมพล เพชรบูรณ์ 7. พระครูวิศาลศาสนกิจ (สนิท จิรสินิทฺโธ) พรรษา 47 วัดป่าคีรีเขต จันทบุรี 8. พระครูวินัยธร (ทองจันทร์ พุทธญาโณ) พรรษา 47 สำนักสงฆ์หุบเขาผาจันทร์ นครราชสีมา 9. พระครูกิติธรรมสาร (ก่อเกียรติ ธัมมิโก) พรรษา 44 วัดพิชัยพัฒนาราม จันทบุรี 10. พระครูสมุห์ไพรินทร์ สิริวัฑฺฒโณ พรรษา 42 วัดสังฆทาน นนทบุรี 11. พระสุวัฒน์ มหคฺโฆ พรรษา 35 วัดสิริกมลาวาส กรุงเทพฯ 12. พระศักดิ์ชาย อาโล พรรษา 30 วัดอโศการาม สมุทรปราการ 13. พระอนันท์ กิจจากาโร พรรษา 25 วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพฯ 14. พระติดตาม หลวงพ่อเหลี่ยม สุจิณโณ

บ้านลานเสียงธรรม ลาดพร้าว 71 รายนามพ่อแม่ครูบาอาจารย์ 1.หลวงพ่อสุทัศน์ โกสโล วัดกระโจมทอง บางกรวย นนทบุรี 2. พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัด พระบาทน้ำพุ 3. หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสา โร วัดสันติวนาราม ต.เขาวงกต อ.แก่งหางแมว จ. จันทบุรี 4.หลวงพ่อรุ้ง รุจจโณ วัดป่าหนองบำหรุ อ.เมือง จ.อุทัยธานี 5.หลวงพ่อหล ปภัสโร วัดเขาน้อยปัจเจกธรรม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี 6. หลวงพ่อไพรินทร์ สิริวัฑฒโน เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน จ.นนทบุรี 7.หลวงปู่ศิลา สุมังคโล วัดป่าท่าสิมมา จ.อุดรธานี. 8.พระอาจารย์ไชยา สิริธัมโม วัดพระรามเก้า เขตห้วยขวาง จ.กทม 9.พระอาจารย์อธิการชาญชัย วัดโพธิ์ชัย จ.หนองบัวลำภู

พระครูโสภณสมณกิจ (หลวงปู่บุญจันทร์ สีลคุโณ) พระเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแห่งวัดป่ามณีศรีโคตมวงษ์ บ้านหัวหนอง ต.โนนทองอินทร์ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี ปัจจุบันสิริอายุได้ ๗๔ ปี พรรษา ๕๓ การอุปสมบท หลวงปู่มีนามเดิมว่า “บุญจันทร์ เสน่ห์ดี” หรือในนามที่ลูกหลาน ลูกศิษย์ลูกหาเรียกจนติดปากว่า “หลวงปู่ดำ” หลวงปู่เป็นชาวกู่เเก้วโดยกำเนิด ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๔ ที่บ้านจีต ต.บ้านจีต อ.หนองหาน (ปัจจุบันแยกออกเป็น อ.กู่แก้ว) จ.อุดรธานี บิดาชื่อคุณพ่อหวด เสน่ห์ดี มารดาชื่อคุณแม่ตั้น เสน่ห์ดี ในขณะที่หลวงปู่มีอายุครบบวช จึงได้ขออนุญาตจากบิดามารดาว่าอยากบวช เมื่อบิดามารดาได้ให้อนุญาตแล้ว ท่านก็ได้เข้าวัดเพื่อเรียนครองนาค (หัดขานนาค) ที่วัดป่าศรีคุณรัตนาราม (วัดป่าส่างกกสั้น) หรือวัดป่าศรีคุณาราม ในปัจจุบัน หลวงปู่ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๐๕ ณ อุทกุกเขปสีมา (สีมาน้ำ) โดยการต่อเเพบวชในหนองเหนี่ยว โดยมี พระครูประภัสสรศีลคุณ (หลวงปู่ทัน ปภสฺสโร) วัดอัมพวัน เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมหาวันดี วัดป่าศรีคุณาราม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ หลวงปู่บุญเกิด ยุตฺตธมฺโม วัดป่าศรีคุณาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ต่อมาหลวงปู่บุญเกิด ยุตฺตธมฺโม ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าศรีคุณาราม และได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูวิสุทธิธรรมสุนทร” หลวงปู่บุญจันทร์ สีลคุโณ เคยเล่าว่าในช่วงที่มีเวลาก่อนเข้าพรรษาทุกครั้ง หลวงปู่จะไปรับฟังโอวาทธรรมอยู่เสมอจากหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม, หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน วัดป่าบ้านตาด, หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล วัดป่าสันติกาวาส, พระครูประภัสสรศีลคุณ หรือหลวงปู่ทัน ปภสฺสโร (พระอุปัชฌาย์ของหลวงปู่) และศึกษาข้อวัตรปฏิบัติอย่างจริงจังกับหลวงปู่บุญเกิด ยุตฺตธมฺโม วัดป่าศรีคุณาราม การจำพรรษา หลวงปู่เคยอยู่จำพรรษาที่ - วัดป่าศรีคุณาราม อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี - วัดอรัญญิกาวาส อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี - วัดป่าบ้านหาดทรายมูล อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร - วัดป่ามณีศรีโคตมวงษ์ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี หน้าที่ปกครองทางคณะสงฆ์ - พ.ศ.๒๕๒๑ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่ามณีศรีโคตมวงษ์ - พ.ศ.๒๕๒๒ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูฐานานุกรมที่ “พระครูปลัด” ใน พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพเมธาจารย์ วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี - วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๒๕ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ในพระราชทินนามที่ พระครูโสภณสมณกิจ - วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นเอก ในพระราชทินนามเดิม - พ.ศ.๒๕๔๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านจีต (ธรรมยุต) - วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นเอก ในพระราชทินนามเดิม ปัจจุบันหลวงปู่ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลบ้านจีต (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดป่ามณีศรีโคตมวงศ์ บ้านหัวหนอง ต.โนนทองอินทร์ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี สหธรรมมิก สหธรรมมิกของหลวงปู่ ประกอบด้วย หลวงปู่ศรี สิริธโร วัดป่าโนนทองอินทร์ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี, หลวงปู่หนูจันทร์ กนฺตสีโล วัดป่าศิริวัฒนา อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี, หลวงปู่ไม อินทสิริ วัดป่าหนองช้างคาว อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี (ปัจจุบันองค์ท่านอยู่วัดป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา)

หลวงปู่บุญส่ง ฐิตสาโร อุปสมบท ณ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ท่านถือกำเนิดเกิดมาจากบ้านที่มีลูกมากและยากจน ผ่านการต่อสู้ชีวิตที่มีทั้งทางผิดและถูกก่อนการบวช แม้บวชแล้วก็ยังต้องต่อสู้กับความอดอยาก ไม่มีแม้แต่คนจะใส่บาตรให้ฉัน และที่สำคัญท่านถูกคนระดับนายทุนสั่งเก็บ ด้วยการยิงด้วยปืนอาก้าชนิดเผาขน แต่ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม จีวรที่ห่มเต็มไปด้วยรูกระสุน แต่ท่านรอดชีวิตดั่งปาฏิหาริย์ กลับมาเป็นเนื้อนาบุญให้เราได้กราบไหว้กันจนทุกวันนี้ หลวงปู่ฯ ท่านเคยไปอยู่ศึกษากับ หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ที่ดอยแม่ปั๋ง และครูบาอาจารย์อีกหลายต่อหลายรูป หลวงปู่แหวน เป็นครูบาอาจารย์ที่ท่านประทับใจมากที่สุด หลวงปู่ฯท่านมักกล่าวอยู่เสมอว่า “สมัยอยู่กับหลวงปู่แหวน เป็นช่วงที่อบอุ่นที่สุด พระทุกรูปที่อยู่จะต้องแย่งกันรับใช้หลวงปู่แหวน เช่น ต้มน้ำร้อน ซักผ้าสบงจีวร และอื่นๆ โดยไม่เกี่ยงว่าอันนี้หน้าที่ใคร เพราะมีแต่แย่งกันทำ เอาบุญ” หลังจากออกจาริกธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรเพื่อฝึกตนและเพื่อกราบครูบาอาจารย์แล้ว ท่านก็ได้เดินทางมาจำพรรษาที่วัดสันติวนาราม (เขาน้ำตก) เดิมเป็นสำนักสงฆ์เล็กๆ เป็นสถานที่ที่หลวงปู่ชอบ ฐานสโม หลวงปู่จันทา ถาวโร และครูบาอาจารย์อีกหลายรูป ได้เคยเดินทางมา หลวงปู่บุญส่ง ได้อบรมพระเณรให้อยู่ในพระธรรมวินัยมาโดยตลอด โดยมักให้ข้อคิดเตือนสติพระเณรเสมอๆว่า “เราบวชมา เราต้องปฏิบัติภาวนาไม่เอาเปรียบญาติโยม ผู้ให้ข้าวให้น้ำ ไม่ได้บวชมานั่งมานอนบวชเล่นบวชเรียน บวชต้องปฏิบัติ คนมาทำบุญที่นี่ต้องได้ผลบุญเต็ม เราต้องภาวนาแผ่เมตตาปฏิบัติให้เค้าอย่างเต็มที่”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานผ้าไตรพระราชทาน และกล่องเพลิงพระราชทาน ในพิธีบำเพ็ญกุศลออกเมรุพระราชทานเพลิงศพอดีตเจ้าคณะจังหวัดน่าน อดีตเจ้าอาวาสวัดภูมินทร์ พิธีบำเพ็ญกุศลออกเมรุพระราชทานเพลิงศพพระเทพนันทาจารย์ (กานต์ สุปุญโญ) ป.ธ.7,ว.ท.พธ.ม.อดีตเจ้าคณะจังหวัดน่าน อดีตเจ้าอาวาสวัดภูมินทร์ จัดขึ้น ณ วัดภูมินทร์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานผ้าไตรพระราชทานจำนวน 10 ไตร และกล่องเพลิงพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 5 ไตร โดยในวันนี้(วันที่ 20 มีนาคม 2564) เวลา 09.00 น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ โดยพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรุงเทพมหานคร จากนั้นเวลา 10.00 น. พลตรีกัลย์สรรค์ จันทรเสน ผู้อัญเชิญผ้าไตรพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดผ้าไตรพระราชทาน จำนวน 10 ไตร เวลา 13.30 น.พิธีทอดผ้าไตร เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่อัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผ้าไตรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อัญเชิญขึ้นสู่ที่ตั้งบนเมรุ จากนั้นนายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานในพิธี ทอดผ้าไตรพระราชทาน ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 5 ไตร ประกอบพิธีวางเครื่องขอขมา และประกอบพิธีพระราชเพลิงศพ คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนวางดอกไม้จันทน์หน้าเมรุ โดยจะมีพิธีประชุมเพลิง ในวันนี้เวลา 20.30 น. สำหรับประวัติ พระเทพนันทาจารย์ (กานต์ สุปญฺโญ ป.ธ.7) เดิมชื่อกานต์ อุทธิยานนท์ ภูมิลำเนา อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2483 สิริอายุรวม 80 พรรษา บรรพชาเมื่อวันที่ 21 เดือน พฤษภาคม 2497 อุปสมบทเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2504 ณ พัทธสีมาวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม แขวงและเขตดุสิต โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตติโสภณมหาเถระ) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ วุฒิทางการศึกษา นักธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม ประโยค 7 เกียรติคุณ ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2513 เป็นเปรียญธรรม 7 ประโยค พ.ศ.2524 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ พระภัทรสารมุนี พ.ศ.2548 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชคุณาภรณ์ และ พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระเทพนันทาจารย์

พิธีพระราชทานเพลิงพระครูสังวรวีรธรรม (หลวงปู่สุพีร์ สุสญฺญโม ศิษย์ หลวงปู่มี ญาณมุนี วัดป่าสูงเนิน วัดถ้ำซับมืด บ้านซับมืด เลขที่ ๒ หมู่ที่ ๒๐ บ้านซับมืด ต.จันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา)

วัดศรีโนนสัง ต.โนนสัง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

พระธรรมพุทธิมงคล วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร

วัดสังฆทาน เพลงแผ่เมตตา แคท รัตกาล

พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร หรือ หลวงปู่แบน ธนากโร เป็นพระเถระสายพระป่าในประเทศไทย ผู้เป็นสหธรรมิกผู้ใกล้ชิดกับพระธรรมวิสุทธิมงคล และได้รับการวางใจจากหลวงตามหาบัว ให้เป็นเสาหลักของคณะพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น วิกิพีเดีย เกิดเมื่อ: 2 กรกฎาคม 2471 (อายุ 91 ปี), อำเภอเมืองจันทบุรี วัด: วัดดอยธรรมเจดีย์ มรณภาพ: 16 มกราคม พ.ศ. 2563 เกิด: 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2471 พรรษา: 72 สังกัด: ธรรมยุติกนิกาย อุปสมบท: 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2491

กุสินารา หรือ กุศินคร (ฮินดี: कुशीनगर, อูรดู: کُشی نگر‎, อังกฤษ: Kusinaga, Kushinagar) เป็นที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมือง ปาวา เป็นที่ตั้งของ สาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า กุสินาราจัดเป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 4 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่ตำบลมถากัวร์ อำเภอกุสินคร หรือกาเซีย หรือกาสยา (Kushinaga; Kasia; Kasaya) ในเขตจังหวัดเทวริยา (Devria; Devriya) รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย สาลวโนทยาน สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฎ (Matha-Kunwar-Ka-Kot) ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ ปรากฏตามคัมภีร์ว่า เมืองนี้เคยเป็นที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ เป็นที่เกิดบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์หลายครั้ง เคยเป็นราชธานีนามว่ากุสาวดี ของพระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิ์[1] ปัจจุบันกุสินารา มีอนุสรณ์สถานที่สำคัญคือสถูปใหญ่ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารปรินิพพานซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพานอยู่ภายในและมีซากศาสนสถานโบราณโดยรอบมากมาย

พุทธคยา เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญที่สุด 1 ใน 4 สังเวชนียสถาน และถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเวลากว่าสองพันห้าร้อยปีที่สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของจุดหมายแสวงบุญของชาวพุทธผู้มีศรัทธาทั่วโลก ปัจจุบันพุทธคยามีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดมหาโพธิ์ Mahabodhi Temple ตั้งอยู่ที่จังหวัดคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา 350 เมตร อดีตตำบลที่ตั้งพุทธคยาชื่อว่า อุรุเวลาเสนานิคม ปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น อุเรล ในปัจจุบันพุทธคยาอยู่ในความดูแลของคณะกรรมการร่วม พุทธ-ฮินดู2 และพุทธคยาได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2545

ลุมพินีวัน (อักษรโรมัน: Lumbini Vana) เป็นพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญแห่งที่ 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของชาวพุทธ เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาตรัสรู้เป็นพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่อำเภอไภรวา แคว้นอูธ ประเทศเนปาล เป็นพุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบลเพียงแห่งเดียวที่อยู่นอกประเทศอินเดีย ลุมพินีวัน เดิมเป็นสวนป่าสาธารณะหรือวโนทยานที่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน ในสมัยพุทธกาลลุมพินีวันตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ ในแคว้นสักกะ บนฝั่งแม่น้ำโรหิณี หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระเจ้าอโศกมหาราชได้โปรดให้สร้างเสาหินขนาดใหญ่มาปักไว้ตรงบริเวณที่ประสูติ เรียกว่า เสาอโศก ที่จารึกข้อความเป็นอักษรพราหมีว่าพระพุทธเจ้าประสูติที่ตรงนี้[1] ปัจจุบันลุมพินีวันอยู่ในเขตประเทศเนปาล ติดชายแดนประเทศอินเดียทางเหนือเมืองโคราฆปุระ ห่างจากเมืองติเลาราโกต (หรือนครกบิลพัสดุ์) ทางทิศตะวันออก 11 กิโลเมตร และห่างจากสิทธารถนคร[2] (หรือนครเทวทหะ) ทางทิศตะวันตก 11 กิโลเมตร ซึ่งถูกต้องตามตำราพระพุทธศาสนาที่กล่าวว่าลุมพินีวัน สถานที่ประสูติ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะ ปัจจุบันลุมพินีวันมีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ ทางการเรียกสถานที่นี้ว่า รุมมินเด มีสภาพเป็นชนบท มีผู้อาศัยอยู่ไม่มาก มีสิ่งปลูกสร้างเป็นพุทธสถานเพียงเล็กน้อย แต่มีวัดพุทธอยู่ในบริเวณนี้หลายวัด รวมทั้งวัดไทยลุมพินี ลุมพินีวันได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นแหล่งมรดกโลก ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540

เมืองพาราณสี • เมืองพาราณสี หรือ วาราณสี (Varanasi) เป็นชื่อของเมืองหลวงแคว้นกาสี ประเทศอินเดีย มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี เป็นเมืองที่ถือว่าเป็นสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพ ถือว่าเป็นเมืองอมตะของอินเดียและเป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก • พาราณสียังเป็นเมืองที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในหลายด้าน คือเป็นที่เกิดของพระโพธิสัตว์หลายครั้ง พื้นที่เมืองพาราณสี มีอาณาเขตครอบคลุมถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ ซึ่งปัจจุบันเรียกว่า สารนาถ อันเป็นสังเวชนียสถานแห่งหนึ่ง • แม่น้ำคงคา • แม่น้ำคงคา เป็นแม่น้ำสายสำคัญของอินเดีย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู มีต้นกำเนิดทางภาคเหนือของอินเดีย บริเวณเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียไปทางตะวันออก และรวมกับแม่น้ำพรหมบุตรที่ประเทศบังกลาเทศ ก่อนจะไหลออกที่อ่าวเบงกอล แม่น้ำคงคามีความยาวประมาณ 2,510 กิโลเมตร • ความเชื่อเรื่องการล้างบาปในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ • พวกพราหมณ์นิยมเชื่อถือเรื่องการอาบน้ำล้างบาป โดยเชื่อว่าแม่น้ำคงคาโดยเฉพาะที่ท่าเมืองพาราณสีนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก สามารถล้างบาปได้ พวกพราหมณ์ จึงพากันลงอาบน้ำล้างบาปอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าและเย็น ถือว่าบาปที่ทำตอนกลางวันล้างด้วยการลงอาบน้ำในตอนเย็น ส่วนบาปที่ทำตอนกลางคืนก็ล้างได้ด้วยการลงอาบน้ำในตอนเช้า ที่เชื่อกันว่ากระแสน้ำในแม่น้ำคงคาศักดิ์สิทธิ์นั้นเพราะเชื่อว่าได้ไหลผ่านเศียรของพระศิวะลงมาท่าน้ำแห่งแม่น้ำคงคาที่เมืองพาราณสี จึงเป็นบุณยสถานของชาวอินเดียทั้งปวงในสมัยนั้น • ปัจจุบันนี้ก็ยังเชื่อถือกันอยู่และยังเชื่อต่อไปอีกว่า ใครก็ตามที่ตายและได้เผาที่ท่าน้ำเมืองพาราณสีแล้วกวาดกระดูกลงแม่น้ำคงคาก็เป็นอันเชื่อได้ว่าต้องไปสวรรค์แน่นอน พวกเศรษฐีนิยมมาปลูกบ้านทิ้งไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา เมื่อป่วยหนักคิดว่าจะไม่รอดแล้วพวกญาติก็จะนำมาที่บ้านริมแม่น้ำ พอตายก็จะได้สะดวกในการเผาที่ริมแม่น้ำและกวาดกระดูกลงแม่น้ำไป • เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว พระองค์เคยทรงสนทนากับพวกพราหมณ์ผู้ไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคาเพื่อล้างบาปเป็นใจความว่า ถ้าต้องการล้างบาปไม่จำเป็นต้องไปอาบน้ำในแม่น้ำคงคา ขอให้ชำระกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ คือ เว้นทุจริตทางกาย วาจา ใจ และประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ นั่นแหละคือการอาบน้ำล้างบาปมีในศาสนาของพระองค์ ถ้าประพฤติอยู่ในสุจริตแล้ว แม้น้ำดื่ม น้ำอาบ ธรรมดาก็จะกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย อนึ่ง ถ้าน้ำในแม่น้ำคงคาสามารถล้างบาปได้จริงและอำนวยผลให้ผู้ลงไปอาบไปสวรรค์ได้จริงแล้ว พวก กุ้ง หอย ปู ปลา ก็มีโอกาสไปสวรรค์ได้มากกว่ามนุษย์เพราะอาศัยอยู่ในแม่น้ำนั้นตลอดเวลา

สารนาถ (Sarnath) • ตั้งอยู่ : ทางเหนือของเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย • ธรรมเมกขสถูป หรือที่แปลว่า สถูปผู้เห็นธรรม ศาสนสถานโบราณที่ใหญ่ที่สุดในสารนาถ สันนิษฐานว่าพระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาที่นี่สารนาถ จัดเป็นพุทธสังเวชนียสถาน 1 ใน 4 แห่งของชาวพุทธ และยังงเป็นเมืองศูนย์กลางทางศาสนาของศาสนาฮินดู • สารนาถในสมัยพุทธกาล • สารนาถในสมัยพุทธกาล เรียกกันว่า ป่าอิสิปตนมฤคทาย แปลว่า ป่าอันยกให้แก่หมู่กวาง และเป็นที่ชุมนุมฤๅษี เป็นสถานที่สงบและเป็นที่ชุมนุมของเหล่าฤษีและนักพรตต่าง ๆ ที่มาบำเพ็ญตบะและโยคะเพื่อเข้าถึงพรหมัน (ตามความเชื่อในคัมภีร์อุปนิษัทของพรามหณ์) ทำให้เหล่าปัจจวัคคีย์ที่ปลีกตัวมาจากเจ้าชายสิทธัตถะ (ที่พระองค์หันมาเสวยอาหารและถูกปัจจวัคคีย์ดูถูกว่าไม่มีทางตรัสรู้) มาบำเพ็ญตบะที่นี่ และพระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาครั้งแรกที่นี่บริเวณของป่าอิสิปตนมฤคทายวันเพื่อโปรดเหล่าปัจวัคคีย์ ก็คือ “ธรรมจักรกัปวัตนสูตร” • สารนาถ จัดเป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 เหตุที่ได้ชื่อว่าสารนาถเนื่องมาจากสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่พึ่งแก่มหาชนทั้งหลาย ภายในอาณาบริเวณสารนาถมี ธรรมเมกขสถูป เป็นพุทธสถานขนาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุด เนื่องจากสันนิษฐานว่าบริเวณที่ตั้งของธรรมเมกขสถูป เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาประกาศพระสัจจธรรมเป็นครั้งแรกที่นี่

ธรรมข้างถนน หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ มอบหมายให้พระครูปลัดไพรินทร์ เจ้าอาวาสวัดสังฆทาน แทนระหว่างรักษาตัว ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สาธุ

ปทุมรัฐฟาร์ม ทำบุญ คุณ​แม่ทองเปราะ แซ่ตั้ง 90 ปี

วัดสังฆทาน วัดพระบาทน้ำพุ วัดถ้ำจุนโท ช่วยน้ำท่วม บ้านดอนกลอย ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร 2562

สถาที่ปฏิบัติธรรม มูลนิธิสวนซฺิโนไทย นครปฐม สมัครบวชเนกขัมมะได้ทุกวัน ณ วัดสังฆทาน ส่วนสวนซิโนไทย รับสมัครบวชสัปดาห์สุดท้ายของเดือน 3 วัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ สาธุ

ประวัติ หลวงปู่บุญฤทธิ์ ปณฺฑิโต ท่านเป็นบุตรชายของ คุณหลวงพินิจจินเภท ต้นตระกูลจันทรสมบูรณ์ มารดาชื่อ นางพินิจจินเภท (แส จันทรสมบูรณ์) เกิดวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2457 หลวงปู่ได้บรรพชาอุปสมบทในปี พ.ศ. 2489 ที่ วัดศรีเมือง จ.หนองคาย โดยมี พระธรรมไตรโลกาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ปี พ.ศ. 2491 หลวงปู่ไปจำพรรษากับท่านพระอาจารย์ลี ธมมธโร วัดป่าคลองกุ้ง ปี พ.ศ. 2492 หลวงปู่ไปจำพรรษาที่วัดเจดีย์หลวงพบหลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่ตื้อ อจลธมโม หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ปี พ.ศ. 2493 หลวงปู่ไปจำพรรษาที่วัดป่าบ้านยางผาแด่น อุปัฏฐากรับใช้หลวงปู่ชอบอยู่หลายเดือน เริ่มจากตี 5 ถึง 5 โมงเย็น ตักน้ำ ต้มน้ำ ล้างบาตร จัดอาสนะ พอเย็นถวายอาบน้ำ ถวายขัดตัวท่าน กวาดวิหารไม้ไผ่ เตรียมจัดอาสนะให้ท่านนั่ง และออกธุดงค์ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ในการปฏิบัติ พระป่าต้องมีสติในทุกอิริยาบท หลวงปู่บุญฤทธิ์พูดภาษาต่างประเทศได้ถึง 6 ภาษา ได้เป็นพระธรรมทูตเดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศกว่า 30 ปี เช่น ประเทศเม็กซิโก สวีเดน สวิสเซอร์แลนด์ จีน เยอรมัน อเมริกา ออสเตรเลีย ปัจจุบันจำพรรษาที่สำนักปฏิบัติธรรมสวนทิพย์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

วัดสังฆทานร่วมกับวังช้างอยุธยา ถวายพระพร ร.10 ณ พระราชวัง ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สาธุ7.05.2562

วัดป่าเชิงเลน ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 เขตบางกอกน้อย เป็นวัดป่าที่ตั้งอยู่ริมคลองชักพระ ขึ้นชื่อว่าเป็นสัปปายะสถาน โดยขับรถตามป้ายไปจนสุดซอย จากนั้นเดินไปตามทางเดิน เลียบคลองประมาณ 800 เมตร วัดป่าเชิงเลนซ่อนตัวอยู่ในใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่สีเขียวที่มีความสงบ ร่มรื่นของธรรมชาติ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เพื่อพักผ่อนทั้งกายและใจ

พิธีเททองหล่อพระหลวงพ่อโต(องค์จำลอง)ขนาดหน้าตัก 35นิ้ว เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ วัดถ้ำกฤษณาธรรมาราม อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา(วัดสาขาสังฆทาน) พิธีนี้จัดขึ้น ณ วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี

วัดสังฆทาน งานสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ 2562

Powered by MakeWebEasy.com